อาณาจักรยุคต้น
ประวัติศาสตร์ยุคต้น 
ประวัติศาสตร์ยุคต้นหรือยุคก่อนประวัติศาสตร์ของชาติไทยเป็นประเด็นที่มี่การโต้แย้งกันมาก ทฤษฎีดั้งเดิมมีอยู่ว่าชาวไทยอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีน เมื่อประมาณ พ.ศ. 300 – 400 โดยเป็นอาณาจักรที่มีระบบการเมื่องการปกครองที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกเทศ ต่อมาก็ค่อยๆ ถูกขับไล่ลงมาทางใต้โดยนโยบายขยานดินแดนของอาณาจักรจีนในกระบวนการต่อสู้อันยาวนานกับชาวจีน “ผู้รุกราน” อย่างไรก็ตาม อาณาจักรของกลุ่มชนชาวไทยก็ถูกทำลายลงด้วยโดยฝีมือจักรพรรดิมองโกเลียผู้ปกครองจีน การอพยพขนานใหญ่เกิดขึ้นต่อมา มีหลายทฤษฎีที่พยายามหาที่มาของชนชาติไท
ทฤษฎีดั้งเดิมเชื่อว่าชาวไทยในสมัยก่อนเคยมีถิ่นอาศัยอยู่ขึ้นไปทางตอนเหนือถึงแถบเทือกเขาอัลไต
จากนั้นได้มีการทยอยอพยพเคลื่อนย้ายลงมาทางใต้สู่คาบสมุทรอินโดจีน
หลายละลอกเป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายพันปี โดยเชื่อว่าเกิดจากการแสวงหาทรัพยากรใหม่
แต่ทฤษฎีนี้ขาดหลักฐานทางโบราณคดีที่น่าเชื่อถือได้
และไม่ค่อยจะได้รับการยอมรับเท่ากับในอดีต ในขณะเดียวกันก็มีหลายทฤษฎีที่อธิบายว่าเดิมชนชาติไทย
ได้อาศัยอยู่เป็นบริเวณกว้างขวางในทางตอนใต้ของจีนจนถึงภาคเหนือของไทยและได้มีการอพยพลงใต้เรื่อย
ๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนคาบสมุทรอินโดจีน
จากนั้นได้อาศัยกระจัดกระจายปะปนกับกลุ่มชนดั้งเดิมในพื้นที่ โดยไม่มีปัญหามากนัก
ซึ่งอาจเนื่องด้วยดินแดนคาบสมุทรอินโดจีนในช่วงเวลานั้นยังมีพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่มีกลุ่มชนอาศัยอยู่เบาบาง ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรจึงไม่รุนแรง
รวมทั้งลักษณะนิสัยของชาวไทนั้นเป็นผู้อ้อนน้อมและประนีประนอม
ความสัมพ้นธ์ระหว่างชาวไทยกลุ่มต่างๆ อาจมีการติดต่ออย่างใกล้ชิดอยู่บ้าง
ในฐานะของผู้มีภาษาวัฒนธรรมและที่มาอันเดียวกัน แต่การรวมตัวเป็นนิคมขนาดใหญ่หรือแว่นแคว้นยังไม่ปรากฏ
ในเวลาต่อมา
เมื่อมีชาวไทยอพยพลงมาอาศัยอยู่ในดินแดนคาบสมุทรอินโดจีนเป็นจำนวนมากขึ้น
ชาวไทยจึงเริ่มมีบทบาทในภูมิภาค แต่ก็ยังคงจำกัดอยู่เพียงการเป็นกลุ่มอำนาจย่อย ๆ
ภายใต้อำนาจการปกครองของชาวมอญและขอม กระทั่งอำนาจของขอมในดินแดนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มอ่อนกำลังลง
กลุ่มชนที่เคยตกอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของขอม รวมทั้งกลุ่มของชาวไทย

เมื่อรวมตัวกันก่อตั้งเป็นอาณาจักรของตนเองได้ชนชาติไทยก็เริ่มสร้างระบบการปกครองของตนเองขึ้น ในยุคต้นได้เริ่มใช้ระบบการปกครองแบบกษัตริย์ที่ทรงมีฐานะเป็น “พระเจ้า” หรือ “พญา” มีความสนิทสนมใก้ลชิดกับประชากรอย่างยิ่ง เนื่องจากอาณาจักรไทยในยุคต้นๆเป็นอาณาจักรที่มีขนาดไม่ใหญ่โตนัก จึงทำให้กษัตริย์กับประชากรหรือไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินมีความสนิทสนมใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง ถือว่าพระมหากษัตริย์ก็คือสามัญชนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินคนทั่วไปมีเรื่องอะไรก็ประชุมปรึกษาหารือกัน เมื่อเกิดศึกสงครามประชาชนทุกคนก็ร่วมกันต่อสู้เป็นทหารด้วยกันหมดสภาพทางการปกครอง การดูแลความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจเป็นไปอย่างทั่วถึงจนทำให้ความขัดแย้งระหว่างกับกษัตริย์ซึ่งเป็นชนชั้นปกครอง กับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินที่เป็นชนชั้นผู้ถูกปกครองมีอยู่น้อยมากความขัดแย้งทางด้านการเมืองการปกครองในยุคต้นๆ มักจะเป็นความขัดแย้งระหว่างชนชั้นปกครองด้วยกันเอง โดยเฉพาะในช่วงผลัดเปลี่ยนการปกครอง ซึ่งเป็นความขัดแย้งในเรื่องของการแย่งชิงกันขึ้นครองราชย์สมบัติเป็นส่วนใหญ่และความขัดแย้งนี้ก็ไม่มีเคยมีเหตุการณ์ใดที่รุกรามเป็นสงครามขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งระหว่างวงศ์ตระกูล หรือเหล่าเคลือญาติของชนชั้นปกครองเอง ซี่งมักจะจบลงด้วยการยินยอมสวามิภักดิ์ของฝ่ายที่พ่ายแพ้โดยไม่เกิดเป็นสงครามขนาดใหญ่เหมือนกับชาติอื่นๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป
