สงครามสำคัญกับพม่า
สงครามช้างเผือก พระเจ้าบุเรงนองขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีแสนยานุภาพมาก ได้ทำสงครามขยายอาราเขตรวมเมืองต่างๆเข้าเป็นเมืองขึ้นมากมายพม่าหาเหตุมาตีไทยโดยส่งทูตมาขอช้างเผือก 2 เชือกแต่ทางไทยไม่ให้ พม่าจึงยกทัพเข้ามาตีเมือง พ.ศ. 2106 ผลที่สุดไทยยอมสงบศึกและยอมส่งตัวพระราเมศวรพระยาจักรีพระสุนทรสงครามไปเป็นตัวประกันและให้ช้างเผือกอีก 4 เชือก พร้อมทั้งส่งส่วยประจำปีให้พม่า
สงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1หลังจากสงครามช้างเผือกสิ้นสุดลง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรางพยายามปรับปรุงกรุงศรีอยุธยาเพื่อเตรียมรับศึกพม่าที่จะมีมาอีก แต่เนื่องจากทรงยอมให้เจ้าเมืองสำคัญๆ ปกครองอย่างเป็นอิสระ ประกอบกับเกิดความขัดแย้งกันระหว่างพระมหินทร์ ราชโอรสของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ กับพระมหาธรรมราชาพระญาติผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าเมืองพิษณุโลกทำให้อยุธยาอ่อนแอลง พม่าจึงยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2111 ขณะนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิประชวรและสวรรคตในเวลาต่อมา สมเด็จพระมหินทราธิราชขึ้นครองราชย์ พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาเป็นเวลานาน จนจวนจะถึงฤดูน้ำหลากก็ยังตีกรุงศรีอยุธยาไม่ได้สำเร็จ พม่าจึงใช้กลอุบายยุยงคนไทย โดยการส่งพระยาจักรีซึ่งเป็นตัวประกันอยู่พม่า ครั้งก่อนเข้ามาเป็นไส้ศึก กรุงศรีอยุธยาจึงเสียแก่พม่าใน พ.ศ. 2112
สงครามยุทธหัตถี หลังจากที่ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านานถึง 15 ปี สมเด็จพระนเรศวรก็สามารถกู้อิสรภาพคืนมาได้ โดยประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงใน พ.ศ. 2127 พม่ายกทัพมาปราบปรามหลายครั้งแต่เอาชนะไม่ได้ สมเด็จพระนเรศวรรบชนะในสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาที่อำเภอดอนเจดีย์จังหวัดสุพรรณบุรี เมือ่ พ.ศ. 2135 ชัยชนะครั้งนั้นทำให้พระเกียรติยศ และความกล้าหาญเข้มแข็งของสมเด็จพระนเรศวรเลื่องลือไปทั่ว ทำให้กรุงศรีอยุธยาปราศจากข้าศึกรบกวนเป็นเวลานานถึง 150 ปี
สงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2303 ซึ่งเป็นสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พระเจ้าอลองพญาเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาขณะนั้นอ่อนแอจึงยกกองทัพมาล้อม แต่มีอุบัติเหตุเป็นแตกถูกพระเจ้าอลอลพญา บาดเจ็บสาหัสจึงยกทัพกลับและสวรรคตระหว่างทางพอดีเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในพม่าทำให้ต้องปราบปรามอยู่ ระยะหนึ่ง ครั้นบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้วใน พ.ศ. 2309 พม่าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นานประมาณ 1 ปี 2 เดือน จึงเข้ากรุงศรีอยุธยาได้ และจุดไฟเผาจนหมดสิ้นใน พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาราชธานีไทย ซึ่งรุ่งเรืองมา 417 ปี ก็ถึงกาลวิบัติในครั้งนั้น
.jpg?timestamp=1356266420003)
อ 
.jpg?timestamp=1356266441153)