อาณาจักรตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) พุทธศตวรรษที่ 7 – 19

การตั้งถิ่นฐาน
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
จากหลักฐานพบว่า การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลา
เริ่มมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๖,๐๐๐ ปีมาแล้ว
หลักฐานส่วนใหญ่พบตามถ้ำและเพิงหินบนภูเขาทางด้านทิศตะวันตก และทิศใต้ของจังหวัด
พบภาชนะดินเผาแบบหม้อสามขา ภาชนะเผาลายเชือกทาบ ขวานหินขัด โครงกระดูกมนุษย์และสัตว์ในสมัยหินใหม่ฝังอยู่ในถ้ำและเพิงหินทางทิศเหนือของเขารักเกียรติ
ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ พบภาขนะดินเผาลายเชือกทาบ ในสมัยหินใหม่เป็นจำนวนมาก
ที่เขารูปช้าง ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา พบขวานหินขัดที่บ้านควนตูล อำเภอเมือง ฯ
ที่ตำบลบาโหย อำเภอสะบ้าย้อย และที่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
จากหลักฐานดังกล่าวแสดงว่า คนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์
เดิมมีชีวิตแบบสังคมล่าสัตว์ หาของป่า
ในพื้นที่ป่าเขาทางด้านทิศาตะวันตกและทิศใต้ของจังหวัด
ต่อมาได้อพยพลงสู่ที่ราบริมน้ำเมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ - ๑,๕๐๐
ปีมาแล้ว มีวิถีชีวิตแบบชาวน้ำ ดำรงชีพด้วยการเพาะปลูก
และจับสัตว์น้ำบริเวณทะเลสาบสงขลา และชายทะเลอ่าวไทย
บางส่วนได้อพยพลงสู่ที่ราบริมทะเลอ่าวไทย ในเขตอำเภอจะนะ
เนื่องจากได้พบกลองมโหระทึกที่หล่อด้วยสำริด
แสดงให้เห็นถึงการติดต่อกับชุมชนภายนอก เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ -
๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว
ชนชาติจีนและอินเดีย
ได้นำวัฒนธรรมอันเนื่องด้วยศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่
เมื่อผสมกับวัฒนธรรมเดิม จึงได้พัฒนาเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของสงขลา ชุมชนค่อย ๆ
เจริญขึ้นเป็นชุมชนเมืองท่าในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
สมัยชุมชนโบราณบนตาบสมุทรสทิงพระชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของสงขลา
น่าจะได้เริ่มพัฒนาขึ้นในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ
มาปรากฎหลักฐานชัดเจนเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ และรุ่งเรืองมาจนถึงพุทธศตววรษที่ ๑๘ - ๑๙ พบชุมชนโบราณกระจายอยู่หลายชุมชน
ที่สำคัญได้แก่
ชุมชนโบราณปะโอ
เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณริมคลองปะโอ ตำบลวัดขนุน
อำเภอสิงหนคร ซึ่งเป็นบริเวณทางน้ำเก่าไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา มีเนินดินที่พบเศษเครื่องปั้นดินเผาและแหล่งทำเครื่องปั้นดินเผาแบบกุณฑี
กุณโฑ และพบชิ้นส่วนเทวรูปรุ่นเก่า
นอกจากนี้ยังมีแนวสันทรายที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ ตั้งเรียงรายอยู่หลายแห่ง
บริเวณนี้เหมาะที่จะเป็นท่าจอดเรือได้ดีในยุคต้น ๆ
ก่อนการขุดคลองเชื่อมทะเลสาบกับทะเลภายนอก
ชุมชนโบราณสทิงพระ อยู่ในเขตตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ
เป็นบริเวณที่พบโบราณวัตหถุหลายยุค หลายสมัยปะปนกัน
และมีการสืบเนื่องมาจนเป็นเมืองใหญ่ มีศูนย์กลางอยู่ที่บ้านสทิงพระ
ปัจจุบันเรียกว่า ในเมือง ยังปรากฎร่องรอยคูน้ำคันดิน และซากโบารณวัตถุและโบราณสถาน
เป็นจำนวนมาก ชุมชนโบราณบริเวณเขาคูหา - เขาพะโคะอยู่ในเขตตำบลชุมพล
อำเภอสทิงพระ มีสระน้ำขนาดใหญ่ที่เนื่องในพิธีกรรม และถ้ำที่เป็นเทวสถาน
บริเวณนี้น่าจะเป็นศูนย์กลางในทางพิธีกรรมของทางศาสนาพราหมณ์
ชุมชนสีหยัง อยู่ในเขตตำบลบ่อพรุ
อำเภอระโนด พบสถูปโบราณและคูน้ำคันดินรอบบริเวณที่ตั้งวัดสีหยัง 




